โบสถ์ซางตาครู้ส : คริสตจักรแห่งกุฎีจีน

ถ้าพูดถึงโบสถ์คริสต์ในกรุงเทพมหานคร ทุกคนจะนึกถึงโบสถ์ไหนกัน? โบสถ์แรก ๆ ที่ทุกคนนึกถึง ก็คงจะไม่พ้นโบสถ์ซางตาครู้สอย่างแน่นอน เนื่องจากโบสถ์ซางตาครู้สมีจุดเด่นที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นบรรยากาศโดยรวมที่สุดแสนจะคลาสสิกของชุมชนโดยรอบ พร้อมกับความสวยงามของสถาปัตยกรรม และมีประวัติที่ยาวนาน โบสถ์ซางตาครู้สเลยเป็นอีกหนึ่งสถานที่ ที่จะพลาดไม่ได้เลยถ้าคุณได้ไปเยือนชุมชนกุฎีจีน
โบสถ์ซางตาครู้สมีประวัติที่ยาวนานและมีความสำคัญกับคนในชุมชนโดยรอบอย่างมาก เริ่มที่ประวัติความเป็นมาของโบสถ์ โบสถ์ซางตาครู้ส สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2312 ในสมัยของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช หลังจากเสียกรุงฯ ครั้งที่ 2 พระองค์ก็ได้พระราชทานที่ดินบริเวณ ชุมชมกุฎีจีน ให้แก่ บาทหลวง Corre ชาวไทยเชื้อสายโปรตุเกส ที่อพยพมาจากกรุงศรีอยุธยาให้สร้าง โบสถ์ซางตาครู้ส ปัจจุบันโบสถ์หลังนี้มีอายุรวมแล้ว มากกว่า 106 ปี
หลังจากนั้นก็เกิดเหตุการณ์ไฟไหม้เมื่อปี พ.ศ. 2379 ขึ้น ทำให้โบสถ์ที่ทำจากไม้ทั้งหลังไหม้จนหมดเลย จึงได้สร้างโบสถ์ขึ้นมาใหม่ด้วยการก่อปูน และหลังจากนั้นก็ผ่านมานานหลายปี ทำให้โบสถ์แห่งนี้ก็เริ่มสุดโทรมลง คุณพ่อกูเลียลโม กิ๊น ดา ครู้ส จึงตัดสินใจดำเนินการบูรณะและต่อเติมเมื่อปี พ.ศ. 2459 จนกลายเป็นอาคารหลังใหม่อย่างที่เห็นกันในปัจจุบัน
สิ่งที่น่าสนใจและเป็นจุดเด่นที่ทำให้โบสถ์เป็นที่สนใจมาก คือสถาปัตยกรรมของโบสถ์ซึ่งเป็นการผสมผสานกันระหว่างศิลปะแบบนีโอ คลาสสิกและเรเนอซองส์ ตัวโดมเป็นแบบเดียวกับโดมของ มหาวิหารฟลอเรนซ์ ที่เมืองฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี ทำให้ภายนอกของโบสถ์ดูงดงามราวกับอยู่ที่ประเทศอิตาลี
ส่วนภายในโบสถ์ก็ตกแต่งด้วยสีขาว สีดำ และสีทอง มีกระจกสีประดับอยู่ตามหน้าต่าง
ประกอบไปด้วยภาพจิตรกรรมฝาผนังที่บอกเล่าถึงประวัติของคริสต์ศาสนา บริเวณโถงก็จะมีเสามากมายเรียงรายกัน หลังคาโบสถ์ ตกแต่งด้วยสีแดงขาวสลับกัน ดูสวยงามไม่แพ้ด้านนอก
ด้วยที่มีประวัติความเป็นมาที่ยาวนานและเป็นโบสถ์ที่น่าสนใจเป็นอันดับแรก ๆ แถมยังได้ความรู้มากมายเกี่ยวกับชุมชน ด้วยเหตุนี้ผู้เขียนเลยอยากให้ความสำคัญกับโบสถ์ซางตาครู้สและอยากจะให้ทุกท่านได้ลองไปเที่ยวชมโบสถ์ซางตาครู้สดูสักกครั้งหนึ่งในชีวิต
*โดยปกติแล้วโบสถ์ซางตาครู้สไม่ได้เปิดให้ชมได้ตลอดเวลา แต่มีเวลาเปิดปิดที่ชัดเจน ดังนี้ วันธรรมดาจะเปิดตอน 17:00 เป็นต้นไป*







เรียบเรียงโดย
นายเตชิต วงษ์เทียน
