วัดกัลยาณมิตร วัดที่ผสมผสานศิลปะแบบไทยและจีน
หากได้มาเที่ยวย่านชุมชนกุฎีจีนแล้ว วัดกัลยาณมิตรคงเป็นสถานที่ที่พลาดไม่ได้ เนื่องจากเป็นวัดที่ค่อนข้างสงบ สวยงามขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา มีความสำคัญและประวัติความเป็นมาที่ยาวนาน ศิลปะภายในวัดยังมีความโดดเด่นมาก เพราะเป็นศิลปะแบบไทยที่ผสมผสานกับศิลปะแบบจีน รวมถึงไปกราบไหว้หลวงพ่อโตที่ดังเรื่องขอให้รุ่งเรืองทางด้านการค้าพาณิชย์ มีโชคลาภ และประสบแต่โชคดีในการเดินทาง

(ด้านหน้าวัดกัลยาณมิตร)
วัดกัลยาณมิตร สร้างมาตั้งแต่ปี 2368 ในสมัยรัชกาลที่ 3 โดยเจ้าสัวโต หรือ เจ้าพระยานิกรบดินทร์มหินทามหากัลยาณมิตร คนจีนที่อพยพมาไทย เพื่อมาตั้งรกรากและทำการค้าขาย เมื่อมาทำการค้าขายแล้วร่ำรวย จึงอยากที่จะตอบแทนแผ่นดินไทย โดยการบริจาคพื้นที่เพื่อนำไปสร้างวัด เนื่องจากวัดเป็นสิ่งที่จะคงอยู่ได้นาน โดยเจ้าสัวโตได้ไปปรึกษากับพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้เป็นเพื่อนเมื่อตอนมาทำการค้าขาย ซึ่งเจ้าสัวโตเป็นผู้สร้างตัววัด และรัชกาลที่ 3 เป็นผู้สร้างพระพุทธไตรรัตนนายก หรือหลวงพ่อโต ขนาดใหญ่ขึ้น วัดนี้มีประสงค์ที่จะสร้างให้เหมือนกรุงเก่า คือ มีพระโตอยู่นอกกำแพงเมือง อย่างเช่น วัดพนัญเชิง รวมถึงรัชกาลที่ 3 พระราชทานชื่อวัดว่า “วัดกัลยาณมิตร”

(ภายในวัดกัลยาณมิตร)
หลวงพ่อโต หรือ พระพุทธไตรรัตนนายก เป็นที่เคารพสักการะอย่างสูง โดยเฉพาะในหมู่ชาวจีน จึงมีชื่อเรียกจีนอีกชื่อว่า ซำปอฮุดกง หรือ ซำปอกง ที่เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย จากตำนานเล่าว่า “ซำปอกง” เดิมชื่อว่า “หม่า เหอ” เกิดในครอบครัวชาวมุสลิมที่เมืองคุนหยาง ซึ่งการออกเดินทางสู่มหาสมุทรของหม่า เหอ หรือ เจิ้งเหอ เป็นที่เลื่องลือไปทั่วกองเรือ เพราะเป็นการเดินทางครั้งยิ่งใหญ่ของประวัติศาสตร์การเดินเรือของโลก ที่นำมาสู่ความสำเร็จทางการทูตและทางเศรษฐกิจที่ทำให้จีนการเป็นประเทศมหาอำนาจ โดยคนผู้ที่ไปกราบไหว้หลวงพ่อโตส่วนใหญ่จะขอพรให้รุ่งเรืองทางด้านการค้าพาณิชย์ มีโชคลาภ และประสบแต่โชคดีในการเดินทาง

(หลวงพ่อโต หรือ พระพุทธไตรรัตนนายก)
ศิลปะภายในวัดจะประกอบไปด้วยศิลปะแบบไทยและแบบจีนผสมอยู่ เนื่องจากเป็นวัดไทยที่คนจีนสร้าง จิตรกรรมตามฝาผนัง ประตูและหน้าต่างจึงเป็นลวดลายแบบจีน ที่เป็น Wallpaper ลายดอกโบตั๋น และลายเสี้ยวกาง นอกจากนี้ยังมีเสามังกร กระถางธูป ถะจีน อับเฉาหรือตุ๊กตาจีน ที่นำใส่เรือสำเภามาจากจีน วางประดับไว้รอบ ๆ วัด เพื่อเป็นความดีงามและสิริมงคล ส่วนสถาปัตยกรรมอย่างวิหารหลวง วิหารเล็ก และพระอุโบสถยังคงมีลักษณะแบบไทย รวมถึงภายในวัดยังมีหอระฆังที่มีระฆังที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ อีกด้วย ตัวระฆังมีการสลักประวัติของระฆังไว้ วัดกัลยาณมิตรจึงเป็นวัดที่มีการผสมผสานศิลปะแบบไทยและจีนได้อย่างลงตัว

(ซุ้มประตูแบบจีน)


(ลายดอกโบตั๋น)
(ระฆัง)
ช่วงประเพณีทำบุญประจำปีและเทศกาลตรุษจีน คนจะมาที่วัดกันมากมาย เพราะเป็นวัดที่คนจีนสร้าง คนจีนจึงนำปัจจัยมาให้เพื่อบำรุงวัด รวมถึงมากราบไหว้ ระลึกถึงบรรพบุรุษ

(ถะจีน)

(วัดกัลยาณมิตร)
ประวัติความเป็นมาและความโดดเด่นที่น่าสนใจของวัดนี้ ทำให้พวกเราอยากเชิญชวนผู้ที่ได้เข้ามาอ่านบทความนี้ได้ลองไปเที่ยวชมวัดกัลยาณมิตรกัน






เรียบเรียงโดย
นางสาวปภาดา เจริญเสนีย์
