top of page

มัสยิดบางหลวง

          ทุกคนคงเคยเห็นมัสยิดที่มักจะเป็นทรงโดมเป็นองค์ประกอบ มีรูปพระจันทร์เสี้ยวและดาวห้าแฉกอยู่ด้านบน คงดูแปลกตาถ้าเห็นมัสยิดเป็นทรงไทย ที่ชุมชนกุฏีจีนมีให้ทุกคนได้เห็นแน่นอน มัสยิดแห่งนี้มีความแตกต่างจากที่อื่น ๆ ถูกสร้างเป็นแบบทรงไทยรูปแบบเหมือนวัดไทย ซึ่งเป็นมัสยิดแห่งเดียวในโลกที่มีลักษณะแบบนี้ ทำให้ชาวมุสลิมทั่วโลกตัดสินใจบินลัดฟ้ามาไทยเพื่อมาชมมัสยิดทรงไทยแห่งนี้เป็นจำนวนมาก ซึ่งถ้าถามว่ามัสยิดนี้คือที่ไหน มัสยิดแห่งนี้คือ “มัสยิดบางหลวงหรือกุฎีขาวแห่งชุมชนกุฎีจีน”

(ภายนอกอาคารของมัสยิดบางหลวง)

          มัสยิดแห่งนี้มีความสำคัญกับชุมชนมาก ๆ เพราะเป็นจุดรวมใจของชาวมุสลิมในชุมชนแห่งนี้ มัสยิดบางหลวงเป็นมัสยิดที่มีอายุมากกว่า 200 ปี ก่อสร้างโดยชาวมุสลิมเชื้อสายมลายูนิกายซุนนี ที่อพยพจากกรุงศรีอยุธยาเข้ามายังพื้นที่ริมคลองบางหลวง กรุงเทพมหานคร ตัวมัสยิดเป็นอาคารสีขาวชั้นเดียว ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ “กุฎีขาว” หลังคาของมัสยิดเป็นทรงหน้าจั่วมุงกระเบื้องสีเขียวและไม่มีโดมเป็นองค์ประกอบเหมือนมัสยิดอื่น ๆ หน้าบันประดับปูนปั้นลายดอกโบตั๋นหรือดอกพุดตาน ดอกไม้ที่นิยมประดับหน้าบันวัด ซึ่งองค์ประกอบทั้งหมดนี้เป็นลักษณะของวัดที่สร้างในสมัยรัชกาลที่ 3 จึงทำให้รู้ว่ามัสยิดหลังปัจจุบันถูกสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 อย่างแน่นอน

(จานกระดับผนังภายในมัสยิด)

          ภายในห้องโถงละหมาดของมัสยิดจะเป็นห้องโล่งที่ผนังทาสีขาวตัดกับสีเขียวที่ขอบประตูและพื้นที่ถูกปูด้วยหินอ่อน ผนังมีการตกแต่งด้วยจานที่นำเข้าจากต่างประเทศและเขียนระบุหลักศาสนาไว้บนนั้นเพื่อให้คนที่เดินเข้าเดินออกมัสยิดได้อ่านเพื่อเตือนใจ ด้านในสุดของห้องโถงเป็นที่ตั้งของมิห์รอบ และมิมบัร มิห์รอบเป็นซุ้มประตูที่ใช้ระบุทิศที่มุสลิมทั่วโลกจะหันไปเวลาละหมาดนั่นคือหันเข้าไปหานครมักกะฮ์ ประเทศซาอุดีอาระเบียซึ่งอยู่ที่ทิศตะวันตกของประเทศไทย ทำให้ตัวมัสยิดหันหน้าเข้าหาคลองซึ่งสอดคล้องกับการคมนาคมของคนในสมัยก่อนที่ใช้เรือเป็นพาหนะในการเดินทาง ตัวมิห์รอบของมัสยิดเป็นซุ้มสามยอดประดับกระจกสีรูปทรงศิลปะไทยดูคล้ายซุ้มประตูของอุโบสถวัดอนงคารามวรวิหาร  ส่วนมิมบัร หรือแท่นยืนสำหรับให้อิหม่าม(ผู้นำทางศาสนาของอิสลาม)ขึ้นแจ้งข่าวสารหรือปราศรัยจะอยู่ภายในมิห์รอบคัมภีร์ ซึ่งถูกสร้างขึ้นโดยเจ้าสัวพุก พ่อค้ามุสลิมชาวจีนต้นตระกูลพุกภิญโญ ในสมัยรัชกาลที่ 6 แทนที่ของเดิมที่ชำรุด

(ห้องโถงภายในมัสยิด)

          หลังจากที่พวกเราได้พูดคุยกับอิหม่าม (ผู้นำทางศาสนาของอิสลาม) อิหม่ามเล่าให้ฟังว่าในบริเวณใกล้เคียงมีอีก 1 มัสยิด นั่นคือ “มัสยิดต้นสน” คนทั่วไปเข้าใจว่าเป็นมัสยิดที่เป็นคนละนิกายกับมัสยิดบางหลวง แต่จริง ๆ แล้ว ชาวมุสลิมก็คือชาวมุสลิมซึ่งไม่ได้มีการแบ่งแยกนิกายกันแต่อย่างใด อิหม่ามยังเล่าให้ฟังอีกว่าศาสนาอิสลามเป็นศาสนาที่ให้ความสำคัญกับเรื่องการไม่ลักขโมย การลักขโมยของคนอื่นเป็นสิ่งที่ผิดอย่างหนักสำหรับชาวมุสลิม อิหม่ามบอกว่าในประเทศของชาวมุสลิมแม้ว่าจะวางทองเอาไว้กลางถนนก็จะไม่มีใครขโมยเพราะถือว่าผิดหลักศาสนา ผิดหลักคำสอน และผิดต่อพระเจ้าอย่างมากอีกด้วย ทำให้ชาวมุสลิมไม่กล้าแม้แต่จะคิดเรื่องการลักขโมย

(หนังสือต่าง ๆ ภายในมัสยิด)

          เพราะแบบนี้ ทำให้มัสยิดบางหลวงถือเป็น Unseen ของกรุงเทพฯ ที่ต้องมาเห็นให้ได้ครั้งหนึ่งในชีวิต พวกเราอยากเชิญชวนผู้ที่ได้เข้ามาอ่านบทความนี้ได้ลองไปเที่ยวชมมัสยิดบางหลวงกัน

ข้อห้ามและข้อควรระวัง

  1. โปรดแต่งกายสุภาพเรียบร้อย ใส่กางเกงหรือกระโปรงที่ยาวเกินเข่า

  2. ผู้หญิงที่เป็นประจำเดือนจะไม่สามารถเข้ามัสยิดได้

  3. มัสยิดไม่ได้เปิดให้เยี่ยมชมตลอด ต้องมาเป็นกรุ๊ปที่มีการขออนุญาตมาก่อนหรือต้องมีการติดต่อทางอิหม่ามมาแล้ว ถึงจะสามารถเข้าชมได้

(ซุ้มประตูด้านหน้ามัสยิด)

(กล่องเก็บคัมภีร์คำสอน ภายในโบสถ์)

เรียบเรียงโดย

นางสาวพิมพ์ชนก ปรีดาวิจิตรกุล

Logo Blue.png

สตูดิโอสื่อสร้างสรรค์และภาษาเพื่อสังคม
(Studio of Creative Media and Communication)
โรงเรียนรุ่งอรุณ

Copyright © 2021 Studio of Creative Media and Communication

All rights reserved.

bottom of page