น้ำขึ้น-น้ำลง

ปรากฏการณ์น้ำขึ้น-น้ำลง เป็นปรากฏการณ์ที่เกี่ยวข้องกับพระอาทิตย์ โลก และดวงจันทร์ ซึ่งเป็นผลมาจากแรงดึงดูดที่ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์กระทำต่อโลก ดวงจันทร์ที่อยู่ใกล้โลกมากกว่าทำให้แรงดึงดูดของดวงจันทร์มีอิทธิพลทำให้เกิด
น้ำขึ้น-น้ำลงมากกว่าดวงอาทิตย์ ซึ่งการที่โลกหมุนรอบตัวเอง 1 รอบ ทำให้บริเวณต่าง ๆ ของโลกด้านที่ใกล้ดวงจันทร์และด้านตรงข้ามดวงจันทร์เกิดปรากฏการณ์น้ำขึ้น-น้ำลง วันละ 2 รอบ น้ำขึ้นจะเกิดบนผิวโลกด้านที่หันเข้าหาดวงจันทร์ และ
ผิวโลกด้านที่อยู่ตรงข้ามกับดวงจันทร์ เพราะผิวโลกด้านที่อยู่ตรงข้ามกับดวงจันทร์นั้นได้รับอิทธิพลจากแรงดึงดูดระหว่างโลกกับดวงจันทร์น้อยกว่าบริเวณอื่น เมื่อโลกบริเวณอื่นถูกดึงดูดเข้าหาดวงจันทร์มากกว่าผิวโลกด้านที่อยู่ตรงข้ามกับดวงจันทร์ ทำให้ผิวโลกด้านที่อยู่ตรงข้ามกับดวงจันทร์กลายเป็นจุดที่น้ำไหลมารวมกันมาก เกิดเป็นน้ำขึ้นอีกจุดหนึ่งบนโลก โดยในช่วงวันที่น้ำขึ้นสูงมากและน้ำลงต่ำมาก เราจะเรียกว่า “ช่วงน้ำเกิด” ส่วนช่วงที่น้ำขึ้นสูงไม่มากและน้ำลงไม่มาก เราเรียกช่วงนี้ว่า “ช่วงน้ำตาย” ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้ ในรอบหนึ่งจะมีระยะเวลาประมาณ 30 วัน ตามจันทรคติ
การขึ้น-ลงของน้ำทะเลบริเวณชายฝั่งเป็นปัจจัยที่สำคัญมาก เพราะเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการแบ่งเขตพรรณไม้
และสัตว์ต่าง ๆ โดยเฉพาะกับป่าชายเลนที่ชุมชนคลองโคน ในช่วงเวลาที่น้ำขึ้น พื้นดินในป่าจะถูกน้ำทะเลท่วม สัตว์บางชนิด
จะหลบอยู่ใต้น้ำ เช่น หอย ปู แมงดา ปลาบางชนิด และสัตว์บางชนิด เช่น เคย จะไหลออกมาตามกระแสน้ำขึ้น-ลงสูงสุด
(น้ำเกิด) โดยชาวบ้านจะใช้สวิงในการช้อนเคยและตั้งละวะ (อุปกรณ์จับเคย) เพื่อจับเคย ส่วนตอนที่น้ำลง จะเกิดพื้นที่เป็น
ดินเลนบริเวณกว้าง ซึ่งชาวบ้านจะขับเรือออกมาเพื่อไถกระดานเก็บหอยแครง ทั้งเคยและหอยแครงต่างเป็นสัตว์ที่ต้องพึ่งพิงป่าชายเลน และกลายเป็นของขึ้นชื่อของชุมชนคลองโคน
เรียบเรียงโดย
นางสาวพราว คงรุ่งภากร
