สถาปัตยกรร ม อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
เมื่อสัปดาห์ที่แล้วได้มีโอกาสไปเดินชมวัดบวรนิเวศวิหาร ยาวเรื่อยมาจนถึงถนนราชดำเนินกลาง และได้สะดุดตากับแลนด์มาร์กสำคัญของบริเวณนี้ นั่นก็คือ “อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย” ที่เด่นเป็นสง่ากลางถนนราชดำเนินกลางแห่งนี้ ก่อนหน้านี้โดยส่วนตัวมีความสงสัยในรูปแบบสถาปัตยกรรมที่ปรากฏ ว่าทำไมถึงทำออกมาในรูปแบบนี้ แต่วันนี้ได้มากับผู้รู้ เลยได้คลายความสงสัยได้เกือบทั้งหมด
ต้องเท้าความก่อนว่า เดิมถนนราชดำเนินทั้งเส้นแห่งนี้ สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 ช่วงที่ต้องการสร้างบ้านเมืองให้มีความทัดเทียมกับชาติตะวันตก ซึ่งมีแรงบันดาลใจมาจากถนน Champs Elysees (ชองป์ เอลิเซ่) ของกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ที่พระองค์ทรงเคยเห็นตอนเสด็จประพาสยุโรป โดยสร้างจากพระบรมมหาราชวังไปสู่พระราชวังที่สร้างขึ้นใหม่ นั่นคือ พระราชวังดุสิต และได้พระราชทานนามว่า "ถนนราชดำเนิน" เช่นเดียวกับถนนควีนส์วอล์ก (Queen’s walk) ในกรีนปาร์ก (Green Park)
ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ
เรื่อยมาจนถึงสมัยรัชกาลที่ 7 ได้มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองของประเทศ จากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ มาเป็นการปกครองแบบประชาธิปไตย ในวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475 และจอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีในสมัยนั้น ได้มีความคิดที่จะจัดสร้างอนุสรณ์เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยได้เปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบอบประชาธิปไตย โดยมีศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี เป็นผู้ควบคุมการก่อสร้าง และ สิทธิเดช แสงหิรัญ เป็นผู้ช่วยปั้นอนุสาวรีย์ และเปิดอย่างอย่างเป็นทางการในวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2483
รูปแบบสถาปัตยกรรมที่ปรากฏเป็นรูปหล่อลอยตัว ประกอบด้วยเล่มรัฐธรรมนูญในรูปแบบสมุดไทย วางอยู่บนพานแว่นฟ้า มีความสูง 3 เมตร ตั้งบนฐานรูปทรงกลมด้านบนโค้งกลม ลานอนุสาวรีย์ยกสูงมีบันไดโดยรอบ รอบนอกลานอนุสาวรีย์มีปีกทรงแบน อยู่ 4 ทิศ ที่โคนปีก มีภาพประติมากรรมนูนสูง และมีรั้วเตี้ย ๆ กั้นโดยรอบลานอนุสาวรีย์ รั้วนี้ใช้ปืนใหญ่โบราณจำนวน 75 กระบอก ฝังดินโผล่ท้ายกระบอกขึ้นมา เป็นเสาคล้องโซ่เชื่อมต่อกัน โดยสัญลักษณ์ต่าง ๆ ภายในอนุสาวรีย์ประกอบด้วย
-
ปีก 4 ด้าน สูงจากแท่นพื้น 24 เมตร มีรัศมียาว 24 เมตร หมายถึง วันที่ 24 มิถุนายน ซึ่งเกิดเหตุการณ์การปฏิวัติ
-
พานทูนฉบับรัฐธรรมนูญ กลางตัวอนุสาวรีย์ สูง 3 เมตร หมายถึง เดือน 3 หรือ เดือนมิถุนายน (ขณะนั้นนับเมษายนเป็นเดือนแรกของปี) ตรงกับเดือนที่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองสมัยนั้น และหมายถึง อำนาจอธิปไตยทั้ง 3 ภายใต้รัฐธรรมนูญ (นิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ)
-
ปืนใหญ่จำนวน 75 กระบอก (ปากกระบอกปืนฝังลงดิน) โดยรอบฐานของอนุสาวรีย์ที่มีโซ่เหล็กร้อยไว้ หมายถึงปีที่ทำการเปลี่ยนแปลงการปกครอง (เลข 75 เป็นเลขท้ายสองหลักของปี พ.ศ. 2475) ส่วนโซ่ที่ร้อยไว้ด้วยกันหมายถึงความสามัคคีพร้อมเพรียงของคณะปฏิวัติ
-
ภาพประติมากรรมนูนสูงที่ฐานปีกทั้ง 4 เน้นถึงเรื่องราวการดำเนินงานของคณะราษฎรตอนที่นัดหมายและแยกย้ายกันก่อการเปลี่ยนแปลงการปกครอง เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475
-
พระขรรค์ 6 เล่ม ที่รายล้อมรอบป้อมกลางตัวอนุสาวรีย์ หมายถึง หลัก 6 ประการของคณะราษฎร
-
อ่างตรงฐานปีกทั้ง 4 ด้านเป็นรูปงู หมายถึง ปีที่เปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นปีมะโรง หรือ ปีงูใหญ่
จริง ๆ แล้ว จากเจตนาของผู้สร้างที่ตั้งใจให้อยู่กลางถนนราชดำเนินแห่งนี้ คงจะพยายามแสดงให้การเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ของถนนราชดำเนิน และสร้างตัวตนของคณะราษฎรให้เกิดขึ้นอย่างชัดเจนว่า เขาคือใคร และเป็นอะไรในยุคการเมืองสมัยใหม่ อีกทั้งเป็นการโฆษณาความสำเร็จและความชอบธรรมทางการเมืองของคณะราษฎรให้เป็นที่รับรู้ของประชาชน ซึ่งก็เป็นการสร้างการรับรู้ที่เป็นภาพจำให้กับกลุ่มคนตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันในเรื่องของ “ประชาธิปไตย”
หลาย ๆ ท่านคงจะเห็นว่าอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยแห่งนี้ กลายเป็นแหล่งการชุมนุมทางการเมืองของหลายกลุ่ม ที่แสดงออกเชิงสัญลักษณ์เพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยอยู่หลายครั้ง อาทิ การชุมนุมของประชาชนและนักศึกษาใน เหตุการณ์ 14 ตุลา, การชุมนุมของประชาชนในเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ, การชุมนุมของแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ พ.ศ. 2553, การชุมนุมคัดค้านร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมฯ พ.ศ. 2556 รวมถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในรัฐบาลปัจจุบันหลายต่อหลายครั้ง
อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ไม่ได้เป็นเพียงแค่โบราณสถานที่บอกเล่าประวัติศาสตร์การสร้างหรือแลนด์มาร์กบนถนนราชดำเนินเพียงแค่นั้น แต่ยังเป็นที่แสดงความเป็นประชาธิปไตยของคนทุกยุคทุกสมัย ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

เรียบเรียงโดย
นายภิญโญ เสาร์วันดี
