นางเลิ้ง (Poor Man's Binoculars)
เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้เขียนบังเอิญมีโอกาสได้ไปแถวสีลม จึงแวะเข้าไปดูนิทรรศการภาพถ่ายที่คัดมันดู โฟโต้ แกลลอรี่ (Kathmandu Photo Gallery) แกลเลอรี่ของศิลปินช่างภาพมีชื่ออย่างมานิต ศรีวานิชภูมิ ซึ่งกำลังจัดแสดงนิทรรศการภาพถ่าย นางเลิ้ง (Poorman’s Binoculars) โดยอาทิตย์ เลิศรักษ์มงคล
นิทรรศการ นางเลิ้ง (Poorman’s Binoculars) จัดแสดงผลงานภาพถ่ายชุดของ อาทิตย์ ศิลปินภาพถ่ายสตรีทชาวไทย โดยภาพถ่ายชุดนี้มีที่มาจากการที่อาทิตย์เดินทางไปสนามม้านางเลิ้ง หรือ ราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทยฯ ในทุกวันอาทิตย์เพื่อบันทึกปรากฎการณ์ เหตุการณ์ และผู้คนที่กำลังดำเนินไปภายในสถานที่แห่งนี้ ตลอดระยะเวลาหนึ่งปีระหว่างปี พ.ศ. 2560 - 2561
ชุดภาพถ่ายของอาทิตย์ คือ บันทึกความทรงจำ และหลักฐานยืนยันการเคยมีอยู่ของสถานสถานที่หนึ่งซึ่งถูกทุบทำลาย เพื่อเปลี่ยนแปลงไปเป็นสิ่งอื่น ขณะเดียวกันมันก็เป็นพยานบอกเล่าถึงผู้คนที่ถูกถ่าย ป่าวประกาศการมีตัวตนอยู่ของคนชนชั้นรากหญ้าใจกลางเมืองกรุงเทพฯ เมืองฟ้าอมร ในฐานะช่างภาพ อาทิตย์ไม่ได้สนใจกีฬาการแข่งขัน หรือ สถาปัตยกรรมอันทรงคุณค่าซึ่งกำลังจะถูกทุบทำลายทิ้ง แต่อาทิตย์สนใจใน “ผู้คน” ที่เข้ามาฝากชีวิตช่วงเวลาหนึ่งของวันหยุด เขาสนใจในชีวิตของคนมากกว่าวัตถุ พร้อมกับคำถามทิ้งท้ายว่าแล้วคนเหล่านี้ไปอยู่ที่ไหน ภายหลังการปิดตัวลงของสนามม้านางเลิ้ง
ในรูปที่ 1 อาทิตย์นำเสนอภาพของกลุ่มคนดูที่กำลังจดจ่ออยู่กับเกมการแข่งขันม้า ทุกคนต่างเพ่งจ้องผ่านกล้องส่องทางไกล หรือ ด้วยตาของตนเองไปยังที่สนามแข่งขัน ลืมตัวลืมตน ลืมแม้กระทั่งว่ามีกล้อง ตาที่สามซึ่งกำลังจับจ้องพวกเขาอยู่ อาทิตย์กล่าวว่า “เมื่ออยู่ในนั้นแล้ว คนเมืองอย่างเราจะกลายเป็นคนแปลกหน้า มันมีเสน่ห์ในตัวมัน ชนชั้นที่ไม่มีวันลืมตาอ้าปาก ทำได้แค่เสี่ยงโชคไปวัน ๆ” เหตุที่ทุกคนกำลังจดจ่ออยู่กับสิ่งตรงหน้านั้นเป็นเพราะ คนเหล่านี้ไม่ได้เพียงเห็นม้าที่กำลังวิ่งอย่างสุดกำลังด้วยแรงกระตุ้นจากนักกีฬา แต่เขาเห็นความหวังจากการเสี่ยงโชค ที่อาจจะนำมาซึ่งเงินจำนวนหนึ่งอันสามารถต่อชีวิตของพวกเขาได้
รูปที่ 2 และรูปที่ 3 อาทิตย์บันทึกภาพผู้คนแรงงานเบื้องหลังกิจกรรมความบันเทิง นั่นคือคือ ภาพของเหล่าแรงงานเบื้องหลังผู้ทำหน้าที่ดูแลม้าแข่ง และเจ้าหน้าที่ของสนามม้า คนเหล่านี้ที่ไม่มีใครนึกถึงเมื่อได้ยินคำว่าสนามม้านางเลิ้ง กลายมาเป็นตัวเอกในชุดภาพถ่ายชุดนี้
อาจกล่าวได้ว่าภายใต้ความงามของการจัดองค์ประกอบรูปภาพ และสีสัน หม่นเศร้า ซีดจางแต่สวยงามราวกับภาพซึ่งถูกถ่ายมานานแล้วซึ่งเกิดจากเทคนิคการปรับสี ได้บรรจุภาพที่สะท้อนถึงความเหลื่อมล้ำทางสังคม เศรษฐกิจ การเมือง วัฒนธรรม ณ ใจกลางเมืองกรุงเทพฯ ความบันเทิงเริงรมย์ สนุกสนาน สีสันประดับชีวิตของคนในชนชั้นหนึ่ง กลับกลายมาเป็นความหวังลมๆ แล้งๆ เป็นความฝันที่จะต่อชีวิตอยู่ต่อไปอีกวันหนึ่งของเหล่าบรรดาคนชนชั้นแรงงานรากหญ้า
นิทรรศการนี้จัดแสดงระหว่างวันที่ 2 กรกฎาคม - 25 สิงหาคม 2565 ณ คัดมันดู โฟโต้ แกลลอรี่ (Kathmandu Photo Gallery) ซึ่งจะเปิดให้เข้าชมเฉพาะวันอังคาร วันพฤหัส และวันเสาร์ 11 โมง ถึง 6 โมงเย็นเท่านั้น



เรียบเรียงโดย
นายประพันธ์ แจ้งกิจชัย
