
ลานนันทนาการ
ลานนันทนาการของหมู่บ้านสวนห้อมถือกำเนิดจากความตั้งใจและห่วงใยเยาวชนของ พระอภิดลน์ ธัมมาภิรโต (ครูบาดุจ) ซึ่งเคยเป็นครูที่โรงเรียนรุ่งอรุณ และปัจจุบันดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดป่าสวนห้อม ครูบาดุจสังเกตเห็นว่าเด็กและเยาวชนในชุมชนส่วนใหญ่ใช้เวลาว่างอยู่กับโทรศัพท์มือถือ เพราะพ่อแม่ต้องออกไปทำงานนอกพื้นที่ จึงเกิดความห่วงใยต่อการเติบโตและการเรียนรู้ของพวกเขา
ด้วยเจตนารมย์นี้ ครูบาดุจจึงขอความอนุเคราะห์จาก รองศาสตราจารย์ประภาภัทร นิยม อธิการบดีสถาบันอาศรมศิลป์ และผู้ก่อตั้งโรงเรียนรุ่งอรุณ เพื่อสนับสนุนการสร้างพื้นที่นันทนาการที่เป็นประโยชน์ต่อเด็กและเยาวชน
ระหว่างวันที่ 17–19 กุมภาพันธ์ 2567 ทีมงานจาก มูลนิธิโรงเรียนรุ่งอรุณ และ มูลนิธิมีชัยพัฒนา ลงพื้นที่ร่วมกับครูบาดุจและชาวบ้าน ใช้กระบวนการ “สร้างโจทย์จากหมู่บ้าน” โดยไม่ยึดโจทย์สำเร็จรูป แต่เปิดโอกาสให้ชุมชนได้เล่าและสะท้อนความต้องการของตนเอง ทั้งนี้เพื่อเสริมจุดแข็งและคุณค่าของชุมชนผ่านแนวทางเชิงบวก (Encouragement)
ต่อมา อาจารย์ประภาภัทร เห็นว่ากิจกรรมนี้เป็นโอกาสในการสร้างแหล่งเรียนรู้ให้กับนักเรียน จึงมอบโอกาสให้นักเรียนสตูดิโอสถาปัตยกรรมเพื่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม ออกแบบ ลานนันทนาการ สนามฟุตบอล สนามเด็กเล่น สนามตะกร้อ สนามวอลเล่ย์บอล และอาคารอเนกประสงค์ ในขณะเดียวกัน นักเรียนสตูดิโอสื่อสร้างสรรค์และภาษาเพื่อสังคมได้ลงพื้นที่สำรวจและสัมภาษณ์ชาวบ้าน เพื่อเข้าใจความฝันและความต้องการของชุมชน พร้อมสร้างสื่อประชาสัมพันธ์และระดมทุนสำหรับโครงการ
การระดมทุนดำเนินไปผ่านกิจกรรม การเปิดร้านและกิจกรรมระดมทุน ขบวนแห่บอกบุญ และตลาดนัดสะพานบุญ ที่โรงเรียนรุ่งอรุณ และต่อด้วยการทอดผ้าป่าสามัคคี เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2568 ซึ่งชุมชนมีส่วนร่วมในทุกขั้นตอน ทั้งการจัดงาน การแสดงดนตรี และการร่วมรับฟังเรื่องราวของโครงการ
การสร้างและปรับปรุงลานนันทนาการใช้เวลาประมาณ 4 เดือน ครอบคลุมทั้งการสร้างสนามฟุตบอล ปรับหน้าดิน ตัดหญ้า และสนามเด็กเล่น จนกระทั่งในวันที่ 13 กันยายน 2568 ลานนันทนาการได้เสร็จสมบูรณ์ และคณะโรงเรียนรุ่งอรุณได้จัดพิธีส่งมอบให้ชุมชนบ้านสวนห้อมเป็นผู้ดูแล
ลานนันทนาการนี้จึงไม่เพียงเป็นพื้นที่สำหรับเด็กและเยาวชนเล่นกีฬา ทำกิจกรรม และสร้างสรรค์ผลงาน เท่านั้น แต่ยังเป็นตัวแทนคุณค่าแห่งการร่วมมือ การให้ และการเสริมสร้างชุมชน ที่ส่งต่อความหมายและประโยชน์จากผู้ริเริ่ม สู่เยาวชน และทุกคนในบ้านสวนห้อมอย่างยั่งยืน

